เมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 09.30–11.00 น. ณ ห้องประชุม 9 ชั้น 2
อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รองศาสตราจารย์ ดร.ชไมภัค ไม้กลัด
รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ให้เกียรติเป็นประธานและร่วมต้อนรับคณะผู้บริหารและคณาจารย์จาก
Guizhou Education University (GZEU) สาธารณรัฐประชาชนจีน
ในโอกาสเดินทางมาเยือนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 15–22
กันยายน 2569 โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ และผู้เกี่ยวข้องจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ประทีป ด้วงแค คณบดี รองศาสตราจารย์
ดร.ปิยพงษ์ ทองดีนอก รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิรงรอง
ดวงใจ รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และความเป็นนานาชาติ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุทธพงษ์
คีรีมังคละ หัวหน้าภาควิชาอนุรักษวิทยา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีนัส ต่วนเครือ รองหัวหน้าภาควิชาอนุรักษวิทยา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ลัดดาวรรณ เหรียญตระกูล ภาควิชาวิศวกรรมป่าไม้
รวมทั้งบุคลากรคณะวนศาสตร์และบุคลากรกองวิเทศสัมพันธ์ ร่วมให้การต้อนรับและหารือแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองมหาวิทยาลัย
คณะผู้แทนจาก GZEU นำโดย Prof. Dr. Guangjie Luo,
Vice President, Guizhou Education University พร้อมด้วย Prof.
Qiwei Chen, Vice Dean, School of Geography and Resources; Prof. Yaping Wu,
Head, Institute of Mountain Hazard and Environment; Prof. Dr. Shuang Li,
Institute of Mountain Hazard and Environment; Assoc. Prof. Dr. Yangyang Wu,
School of Geography and Resources; Prof. Dr. Yunlin Zhang, School of Biological
Sciences; Assist. Prof. Dr. Yina Lyu, School of Geography and Resources; และ Assist. Prof. Dr. Sirui Zhang, School of Geography and
Resources รวมทั้งสิ้น 8 ราย
โดยมีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องกับภูมิศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ
ภัยพิบัติทางธรณีวิทยา ป่าไม้ ระบบนิเวศ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
การประชุมเริ่มต้นด้วยการรับชมวีดิทัศน์แนะนำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้น
รองศาสตราจารย์ ดร.ชไมภัค ไม้กลัด รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์
ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้แทนจาก GZEU พร้อมนำเสนอภาพรวมและนโยบายด้านความเป็นนานาชาติของมหาวิทยาลัย
โดยเน้นย้ำถึงความเชี่ยวชาญโดดเด่นของคณะวนศาสตร์ อาทิ ด้านชีววิทยาป่าไม้ (Forest Biology) และการอนุรักษ์ป่าไม้ (Forest Conservation) ด้าน Prof. Dr. Guangjie Luo,
Vice President ได้กล่าวขอบคุณสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมเสนอประเด็นความร่วมมือทางวิชาการและกิจกรรมต่าง
ๆ ได้แก่ การป้องกันภัยพิบัติ (Disaster Prevention) การวิจัยร่วม (Joint Research) การจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วม (Joint Laboratory) และการจัดประชุมนานาชาติร่วมกัน
(Joint
International Conference) นอกจากนี้ ยังได้เชิญคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปเยือน
GZEU ในปีถัดไป ในช่วงท้าย
ทั้งสองฝ่ายได้หารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขยายความร่วมมือไปยังสาขาวิชาอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้อง การจัดหาทุนสนับสนุนการศึกษาและวิจัย
รวมถึงโครงการแลกเปลี่ยนนิสิตนักศึกษา ซึ่งจะนำร่องที่คณะวนศาสตร์เป็นแห่งแรก
โดยทั้งสองฝ่ายต่างยินดีที่จะให้การสนับสนุนและร่วมมือกันพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่องในอนาคต
และในช่วงท้ายของการประชุม
คณะผู้แทนจากทั้งสองมหาวิทยาลัยได้แลกเปลี่ยนของที่ระลึกและถ่ายภาพร่วมกันในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นมิตร
ก่อนเสร็จสิ้นการประชุมในเวลา 11.00 น.
Guizhou
Education University (GZEU) ตั้งอยู่ในนครกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจว
สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่มีพัฒนาการจาก Guizhou
Education College ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2521
และปรับเป็นมหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรีในปี 2552
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยที่ครอบคลุมหลากหลายสาขา
โดยเฉพาะด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
ซึ่งสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญและประเด็นความร่วมมือทางวิชาการของคณะผู้แทนที่เดินทางมาเยือนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในครั้งนี้
การพบปะครั้งนี้มุ่งกระชับความสัมพันธ์และต่อยอดความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
และ GZEU โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพด้านการศึกษาและการวิจัยของทั้งสองมหาวิทยาลัย
ตลอดจนหารือแนวทางการพัฒนาความร่วมมือในสาขาที่มีความสนใจร่วมกัน
โดยเฉพาะด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ ป่าไม้ การจัดการภัยพิบัติ
และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
การเยือนครั้งนี้ประกอบด้วยกิจกรรมทางวิชาการและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างคณาจารย์และนักวิจัยของทั้งสองสถาบัน
โดยหนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือ การนำเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนทางวิชาการ (Academic
Presentations and Discussions) ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 21
กันยายน 2569 เปิดโอกาสให้คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และ GZEU นำเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในประเด็นที่หลากหลาย
ครอบคลุมตั้งแต่อุทกวิทยาลุ่มน้ำ ไฟป่า การศึกษาระบบนิเวศ
และการประเมินมวลชีวภาพในพื้นที่ป่าไม้ ไปจนถึงการประเมินความเสี่ยงจากดินถล่ม
การจัดการระบบนิเวศและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ตลอดจนกระบวนการทางนิเวศและธรณีเคมีของระบบนิเวศแบบคาสต์ (Karst)
ฝ่ายมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัชชัย ตันตสิรินทร์
ภาควิชาอนุรักษวิทยา คณะวนศาสตร์ รองศาสตราจารย์ ดร.กอบศักดิ์ วันธงไชย
ภาควิชาวนวัฒนวิทยา คณะวนศาสตร์ ศาสตราจารย์ ดร.สราวุธ สังข์แก้ว
ภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชาคริต ณ ตะกั่วทุ่ง
ภาควิชาวิศวกรรมป่าไม้ คณะวนศาสตร์ ร่วมการนำเสนอและแลกเปลี่ยนทางวิชาการ
โดยหัวข้อการนำเสนอของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชาคริต ณ ตะกั่วทุ่ง คือ “Non-destructive
aboveground biomass estimation in teak plantations: Validating terrestrial
laser scanning and quantitative structure models against destructive sampling”
ขณะที่ฝ่าย GZEU มี Prof. Dr. Guangjie Luo,
Prof. Dr. Shuang Li, Assist. Prof. Dr. Sirui Zhang และ Assist.
Prof. Dr. Yina Lyu ร่วมบรรยายในหัวข้อที่สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ ได้แก่ “Deep Learning Model for Risk Assessment
of Geological Landslide,” “Ecological Management and Sustainable Development in
the Lancang-Mekong Region: Current Trends and Solutions,” “The Dual Influences
of Global Carbonate Rock Weathering Soil Formation and Phosphorus Release on
Vegetation Growth,”และ “Karst Ecological Hydrogeochemical
Processes and Microclimate Significance based on Modern Cave Observations,” ตามลำดับ
นอกจากนี้ ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 คณะผู้แทน GZEU มีกำหนดเดินทางไปเยือน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ
จังหวัดสกลนคร (KUCSC) เพื่อพบปะและหารือกับผู้บริหารและบุคลากรของวิทยาเขตเกี่ยวกับศักยภาพด้านการศึกษา
การวิจัย และความร่วมมือทางวิชาการ
ตลอดจนแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาความร่วมมือในระดับมหาวิทยาลัยและระดับหน่วยงาน
การเยือนครั้งนี้เป็นโอกาสในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และต่อยอดความร่วมมือระหว่างสองมหาวิทยาลัย
โดยเฉพาะการเชื่อมโยงองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของคณาจารย์และนักวิจัยในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน
อันจะนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัย การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากร
และกิจกรรมทางวิชาการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป